เก็บกระเป๋าหนีร้อนไปเล่นสกีที่รีสอร์ตคลับเมดคิโรโระ

‘สกี’ เป็นลิสต์ที่ค้างอยู่ใน travel bucket list มาหลายปี สงกรานต์นี้เลยจะขอใช้วันลาไปเก็บลิสต์นี้สักที
Club Med Kiroro
Photograph: Club Med Kiroro
Time Out กรุงเทพฯ in partnership with Club Med
การโฆษณา

‘สกี’ เป็นลิสต์ที่ค้างอยู่ใน travel bucket list มาหลายปี สงกรานต์นี้เลยจะขอใช้วันลาไปเก็บลิสต์นี้สักที พอเริ่มหาข้อมูลก็คิดไปถึง ‘คิโรโระ’ เมืองโลเคชันสวยจากหนังแฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว ที่ไม่ได้ป๊อปจนคนแน่น แต่ก็ไม่ได้นอกกระแสจนเที่ยวลำบาก แถมที่นี่ยังเปิดให้เล่นสกียาวจนถึงต้นพฤษภาคม

วันนี้เลยขอมาพูดถึงคลับเมด คิโรโระ (Club Med Kiroro) สกีรีสอร์ตในเครือคลับเมดที่หนึ่งในทีมเราเคยไปมาแล้วกับ ทริปเป่ย์ต้าหู ประเทศจีน เลยเชื่อมือได้ว่าถ้าไปที่นี่ก็จะไม่ผิดหวังแน่นอน

เริ่มจากบริการแบบ all-inclusive ซึ่งรวมทั้งที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม ออนเซ็นกลางแจ้งท่ามกลางหิมะ คอร์สเรียนสกี และสโนว์บอร์ดสำหรับทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมือโปร ส่วนใครที่ไม่มีอุปกรณ์ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะที่นี่มีให้เรายืมแบบครบครัน

สำหรับที่พักก็มีรีสอร์ตให้เลือก 2 แห่ง 2 สไตล์ที่เปิดใกล้ๆ กัน คือ คลับเมด คิโรโระ พีค (Club Med Kiroro Peak) รีสอร์ตพรีเมียมสำหรับคู่รักและกลุ่มเพื่อนผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีคลับเมด คิโรโระ แกรนด์ (Club Med Kiroro Grand) ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวและนักเดินทางทุกวัย

คลับเมด คิโรโระ พีค

เรื่องวิวและบรรยากาศของที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้ด้านบริการ ภายในตกแต่งด้วยไม้โทนอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น เสริมด้วยงานศิลปะและวิวภูเขาหิมะสุดอลังการ โดยที่นี่จำกัดอายุผู้เข้าพักขั้นต่ำ 12 ปี เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่อยากมาพักผ่อนหรือสังสรรค์กันแบบเต็มที่ ความพิเศษของที่นี่คือ ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการ wellness ข้ามรีสอร์ตที่ คลับเมด คิโรโระ แกรนด์ อย่างการแช่ออนเซ็นได้

เล่นสกีมาเหนื่อยๆ ก็มาเติมพลังที่ห้องอาหาร Otaru กับบุฟเฟต์ระดับนานาชาติ และสำหรับสายดื่มต้องไม่พลาด The View Bar กับแชมเปญไม่อั้นหลัง 6 โมงเย็น ส่วนใครอยากทานอาหารญี่ปุ่นก็ข้ามไปทานที่ คลับเมด คิโรโระ แกรนด์ ก็ได้เหมือนกัน ไม่ว่าเป็นยากินิกุของ The Kaen หรือนาเบะของ The Ogon แต่สำหรับอาหารญี่ปุ่นของ The Ebisu จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม บอกได้เลยว่าแต่ละร้านน่าทานมาก 

คลับเมด คิโรโระ แกรนด์

อย่างที่บอกไปว่ารีสอร์ตนี้ค่อนข้างเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกวัย แถมยังมีขนาดใหญ่กว่ามาก กิจกรรมต่างๆ จึงมีความหลากหลาย เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวที่มีเด็กเล็กก็มาสนุกกันได้ โดยการออกแบบของที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากป่าหิมะที่สวยราวกับดินแดนในเทพนิยาย

หากบอกแค่ว่ามีกิจกรรมหลากหลายคงยังไม่เห็นภาพ เราจึงอยากนำเสนอกิจกรรมทั้งในร่มและกลางแจ้ง เช่น โยคะและเทรคกิง (Trekking) ส่วนครอบครัวที่มีลูกหลานมาด้วยก็สามารถเข้า Kids Club ที่จัดกิจกรรมสนุกสมวัยให้เล่นกันแบบเพลินๆ เริ่มตั้งแต่เด็กน้อยอายุ 2 ขวบ จนถึงพี่ๆ 17 ปี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ทั้งครอบครัว

ส่วนห้องอาหารก็มีให้เลือกเยอะไม่แพ้กัน มีทั้ง Yoichi ที่เสิร์ฟบุฟเฟต์นานาชาติ The Kaen สำหรับสายปิ้งย่างที่แนะนำให้จองล่วงหน้า The Ogon เน้นนาเบะ หรือหม้อไฟแบบญี่ปุ่น รวมถึง Yotei Bar ให้มานั่งดื่มชิลๆ หลังจากทำกิจกรรมมาทั้งวัน

ที่เที่ยว

หากเดินทางออกจากจากลานสกี เมือง Kiroro ยังมีที่ให้เดินเที่ยวได้อีก ลิสต์ที่เซฟไว้ว่าจะต้องไปให้ได้ คือ Otaru Coastal Town เมืองท่าที่มีชื่อเสียงด้านงานแก้วและโรงกลั่นสาเก เดินทางประมาณ 45 - 50 นาทีด้วยรถยนต์ ในตัวเมืองมีเวิร์กช็อปแก้วเป่าที่เปิดให้ทุกคนได้ลองทำงานฝีมือและนำของที่ระลึกกลับบ้าน ทัวร์โรงกลั่นสาเกและเบียร์ที่ Otaru และ Yoichi Distillery ส่วนสายกินต้องห้ามพลาดตลาดปลา Sankaku ที่สามารถไปเดินช็อปและชิมอาหารทะเลแบบสดๆ

ค่าที่พักเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาทต่อคืนต่อคน รวมบริการทุกอย่างแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม สามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร โดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง แล้วนั่งรถบัสจากสนามบินไป Kiroro ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ด้วยความที่เดินทางสะดวก แถมยังเป็นแพ็กเกจที่ครอบคลุมเกือบทุกกิจกรรม เราจึงไม่อยากให้ทุกคนพลาดโปรแกรมนี้ เตรียมตัวแพ็กกระเป๋าหนีร้อนจากไทย ไปเล่นสกีแบบหนาวสุดขั้วที่ญี่ปุ่นกัน!

เรื่องเด่น
    การโฆษณา