ตั้งแต่เริ่มลงมือแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้ก็มีชาวไทยประมาณ 2 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคิดเป็นวัคซีนเข็มแรกกว่า 2 ล้านโดส และเข็มที่สอง 1 ล้านโดส (ข้อมูลวันที่ 27 พ.ค. 64) โดยส่วนมากเป็นกลุ่มคนที่ต้องทำงานเสี่ยงต่างๆ อย่างเช่น แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณะ รวมถึงประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว
ส่วนการลงทะเบียนรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ รัฐบาลเปิดสำหรับคนทั่วไปที่มีอายุ 18 - 59 ปี ให้สามารถลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2564 ก่อนจะฉีดจริงช่วงเดือนมิถุนายน เป็นต้นไป ซึ่งช่องทางที่ทุกคนสามารถลงชื่อได้ก็มีมากมาย (อ่านได้ที่นี่)
เราเชื่อว่าครั้งนี้ จะมีคนต้องเตรียมเข้ารับวัคซีนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะดูจากตัวเลขแล้วประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังมีเปอร์เซ็นเยอะมาก ดังนั้น เราเลยสรุปข้อสำคัญใน “การเตรียมตัวก่อน-หลังเข้ารับวัคซีนโควิด-19” รวมถึงอาการข้างเคียงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นมาให้อ่านกันแล้ว

การเตรียมตัวฉีดวัคซีนโควิด-19
สิ่งที่ควรทำ: ก่อนฉีด
1. พักผ่อนให้เพียงพอ งดออกกำลังกายล่วงหน้า 2 วัน
2. ใส่เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการฉีดวัคซีน
3. เลือกฉีดแขนข้างที่ไม่ถนัด
4. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ทุกชนิด และดื่มน้ำให้เพียงพอ
5. หากตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัว มียากินประจำ มียาที่แพ้ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
6. หากมีอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนไปก่อน
7. ควรฉีดหลังวัคซีนโควิดห่างจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 1 เดือน
สิ่งที่ควรทำ: หลังฉีด
1. สังเกตอาการตัวเอง 30 นาที ถ้ามีสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่
3. งดออกกำลังกาย งดเกร็ง งดใช้กล้ามเนื้อแขนข้างที่ฉีด 2 วัน
4. หากมีอาหารปวดเมื่อย มีไข้ สามารถกินยาพาราเซตามอล 500 mg ได้ 1 เม็ด
5. หลังฉีดวัคซีน 1-2 วัน ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามทำงานหนัก
ใครบ้างที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19?
1. บุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
2. ผู้ที่แพ้วัคซีนเข็มแรก
3. ผู้ป่วยอาการไม่คงที่
*4. ผู้ที่มีไข้ มีโรคประจำตัวที่แสดงอาการใจสั่น เหนื่อย หอบ แน่นหน้าอก
*5. ผู้ที่รับยาเกี่ยวกับสมองและระบบประสาทอย่างต่อเนื่อง
*6. ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
*7. ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน และ ผู้กินยากดภูมิคุ้มกัน
ผู้ที่มีอาการตามข้อนี้ ต้องปรึกษาแพทย์ เนื่องจากสามารถฉีดวัคซีนได้หากอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน
แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันก็คือ เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนใหม่ของโลก ทำให้พวกเรายังไม่มีข้อมูล หรืองานวิจัยที่มากพอจนสามารถฟันธงได้ว่าใครบ้างที่ไม่ควรรับวัคซีน รวมถึงผลข้างเคียงที่แท้จริงคืออะไร ดังนั้น ข้อมูลที่พวกเราได้เห็นได้ยินกันอยู่ทุกวันนี้ มาจากการเก็บข้อมูลจากเคสที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ในอนาคต เราสามารถรู้ได้ว่าวัคซีนตัวไหนเหมาะกับใครมากที่สุด
ส่วนตอนนี้ อาการข้างเคียง ที่อาจเกิดขึ้นและพบได้บ่อยที่สุดหลังจากฉีดวัคซีน จะแบ่งได้ 2 กลุ่มหลักๆ คือ "อาการชนิดไม่รุนแรง" ที่สามารถกินยาตามอาการ และพักผ่อนก็หายได้ อย่างเช่น
- ปวดเมื่อยบริเวณที่ฉีด
- มีไข้ ปวดศีรษะ
- คลื่นไส้ อาเจียน
อาการเหล่านี้ จากคำแนะนำของโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เราสามารถกินยาพาราเซตามอล 500 mg เพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าหากเป็นผลข้างเคียงในกลุ่ม "อาการชนิดรุนแรง" จะแนะนำให้พบแพทย์โดยทันที ซึ่งอาการเหล่านั้นก็อย่างเช่น
- แน่นหน้าอก ใจสั่น หายใจลำบาก
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- มีอาการบวมตามร่างกาย
- หนาวสั่น
- ผื่นขึ้น
- ท้องเสีย อาเจียนหนัก
- หมดสติ
- ชัก
แม้ว่าทุกสถานที่ที่รับฉีดวัคซีนโควิดจะมีการเฝ้าระวังอาการที่อาจเกิดขึ้นภายใน 30 นาที แต่ทุกคนก็ควรสังเกตตัวเองเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 วันหลัง และ 30 วันหลังเข้ารับวัคซีน และหากใครเกิดมีอาการเหล่ารุนแรง ก็ควรแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ให้ทราบทันที หรือโทรหาสายด่วน 1669 เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิด