1. SOMA Bangkok
    Photograph: SOMA Bangkok
  2. SOMA Bangkok
    Photograph: SOMA Bangkok
  3. SOMA Bangkok
    Photograph: SOMA Bangkok
  4. SOMA Bangkok
    Photograph: SOMA Bangkok
  5. SOMA Bangkok
    Photograph: SOMA Bangkok

โสมะ

ร้านอาหารไทยสไตล์ Casual Fine Dining ทานเมนูพิเศษจากวัตถุดิบระดับพรีเมียม ในบรรยากาศสบายๆ เหมือนทานสำรับที่บ้าน พร้อมชมผลงานศิลปะชื่อดัง
  • Restaurants
  • สยาม
Supattra Premprim
การโฆษณา

Time Out พูดว่า

ตั้งแต่ร้านอาหารไทยได้รับรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะมิชลินไกด์ Thailand’s Favourite Restaurant หรือ The Worlds 50 Best Restaurants ก็เหมือนเป็นการปลุกกระแสให้คนกรุงเทพฯ หันมาทานอาหารไทยกันมากขึ้น แน่นอนว่าหากจะเลือกทั้งที หลายคนคงมองหาร้านไฟน์ไดนิง หรืออาจเป็นคอร์สเมนูสุดหรูหรา แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง อาจทำให้ทานได้ไม่บ่อยมากนัก หากไปต่อคิวร้านโลคอลยอดนิยมก็คงไม่เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็น ‘โสมะ’ ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่มาพร้อมวัฒนธรรมการทานอาหารดั้งเดิมของคนไทยอย่างสำรับกับข้าว จากความตั้งใจของเชฟชาลี การ์เดอร์ และเชฟหนุ่ม วีรวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ ที่มองเห็นความมีเสน่ห์ของการทานอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยมีกับข้าวหลายอย่างอยู่บนโต๊ะให้ทานคู่กับข้าวสวยเรียงเม็ด โดยสามารถแชร์กันได้ทั้งครอบครัว

และเราเชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนคาดหวังจากร้านอาหารไฟน์ไดนิงคงเป็นการยกระดับเมนูธรรมดาให้มีน่าสนใจยิ่งขึ้น ต่อให้หน้าตาอาหารไม่เหมือนเดิม แต่ต้องคงรสชาติเข้มข้นแบบไทยไว้ ซึ่ง เชฟภาคย์ ยะมู หัวหน้าเชฟร้านโสมะ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเขาได้รังสรรค์เมนูไทยดั้งเดิมให้กลายเป็นจานอาหารสุดครีเอต มาพร้อมรสชาติหลากหลายมิติและสัมผัสที่แปลกใหม่ 

เริ่มที่จานแรกกับ มัสมั่นเนื้อน่องลาย (680 บาท) ฟังชื่อแล้วอาจดูธรรมดาไปสักหน่อย แต่ร้านนี้นำเนื้อแองกัสออสเตรเลียมาตุ๋นจนนุ่ม เสิร์ฟคู่กับมันเทศอบและอาจาดน้ำกุหลาบที่รับรองว่าหาไม่ได้จากร้านอื่นแน่นอน ทานแล้วได้รสเข้มข้นกลมกล่อมตามแบบฉบับของมัสมั่น พร้อมกลิ่นหอมและความละมุนจากการรมควันด้วยเนยกี (Ghee)

อีกเมนูหนึ่งที่เราประทับใจไม่แพ้กันคือ พล่าหอยนางรม (250 บาท) ดูเผินๆ แล้วเหมือนหอยนางรมทั่วไปที่ทานคู่กับน้ำพริกเผา แต่ความพิเศษของเมนูนี้คือ เชฟใส่กากหมูมาเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบแทนหอมเจียว และถึงแม้จะชื่อเมนูพล่า แต่ก็ไม่ได้เผ็ดจนเกินไป แถมยังได้ความสดของหอยนางรมแบบเต็มคำ ส่วนเมนูอื่นๆ ที่อยากแนะนำให้ลองคือ ยำกุ้งแม่น้ำย่าง (770 บาท) ข้าวผัด XO ปู (700 บาท) และปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง โมจิลำไยไอศกรีมกะทิ (180 บาท)

นอกจากอาหารรสชาติอร่อยถูกปากแล้ว ทางร้านยังนำเสนอความโมเดิร์นผ่านการตกแต่งด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัย บนกำแพงไม้สีน้ำตาลเข้มที่ช่วยส่งให้ภาพดูโดดเด่น เช่น ภาพน้องมาร์ดี หรือคาแรกเตอร์เด็กสามตา ผลงานซิกเนเจอร์จากศิลปินสตรีตอาร์ตชาวไทยชื่อดังอย่างอเล็กซ์ เฟซ (Alex Face) รวมถึงงานศิลปะของศิลปินอีกหลายท่าน เช่น เจนีฟ ฟิกกิส (Genieve Figgis) ไรอัน แม็กกินเนส (Ryan McGinness) และอลันนาห์ ฟาร์เรล (Alannah Farrell)

ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์คนอยากทานอาหารไทยชั้นเลิศโดยไม่ต้องนั่งเกร็งในร้านไฟน์ไดนิง แถมมีให้เลือกทั้งอาหารคำเล็กและจานกลางขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถแชร์กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนได้สบายๆ หรือใครอยากมาทานจานเดี่ยวให้พออิ่มก็ได้เหมือนกัน เพราะแค่มาชมงานศิลปะภายในร้านที่เหมือนเป็นนิทรรศการขนาดย่อมก็ถือว่าคุ้มแล้ว

ที่ Siam Pathumwan House ซอยเกษมสันต์ 1 เปิดให้บริการวันจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 17.30 - 23.00 น.

รายละเอียด

ที่อยู่
สยาม ปทุมวัน เฮ้าส์ 414 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ
10330
เปิดบริการ
เปิดให้บริการวันจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์) เวลา 17.30 - 23.00 น.
การโฆษณา