บนชั้น 3 ของโรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ เดินเข้ามาจะพบห้องอาหาร OXBO Bangkok บรรยากาศเรียบหรู จากการตกแต่งสีทอง เสริมให้ห้องอาหารสีดำนี้ดูเงียบขรึม แต่กฌไม่ได้เข้าถึงยากจนเกินไป ด้วยกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นวิวอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา และโซนครัวที่เปิดให้เราเห็นฝีไม้ลายมือการคุมไฟ อันเป็นไม้เด็ดของห้องอาหารนี้
ห้องอาหารแห่งนี้ มาพร้อมแนวคิด Farm-to-Fork ที่เน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของไทย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนหลักอย่างเนื้อ เนื้อเป็ด ไปจนถึงเห็ดและผักแต่งจาน จากแหล่งผลิตคุณภาพสูงทั่วประเทศไทย เช่น เขาใหญ่ เชียงราย สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพฯ รวมถึงสมุนไพรสดใหม่จากสวนบนดาดฟ้าของโรงแรม
เชฟโอลิเวอร์ อาฟอนโซ หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร OXBO ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยและความสร้างสรรค์ของทุกจาน เชฟได้นำประสบการณ์การทำอาหารที่หลากหลาย มาผสมผสานกับวัตถุดิบของไทย เชฟมีพื้นเพจากเวเนซุเอลา และเติบโตในสเปน โดยเริ่มต้นอาชีพการทำอาหารตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของอาหารระดับมิชลินสตาร์ และเดินทางมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในร้านอาหารชั้นนำอย่าง Gaggan ร้านอาหารที่เคยครองอันดับ 1 ของเอเชียถึง 4 ปีซ้อน
เชฟโอลิเวอร์พูดถึงการทำอาหารว่า ‘อาหารทุกจานเปรียบเสมือนศิลปะที่สะท้อนถึงความตั้งใจและความผูกพันกับธรรมชาติ โดยเราได้นำเอาเทคนิคการปรุงสมัยใหม่มาประยุกต์ เพื่อเพิ่มมิติใหม่ของรสชาติให้กับแขกทุกท่าน’
ถ้ากำลังรู้สึกว่าวันนี้อยากทานเนื้อ หรือแต่ละคนที่มาด้วยกันอยากทานโปรตีนที่ต่างกันแล้วล่ะก็ OXBO มีเมนูหลากหลายตั้งแต่อาหารทะเล เนื้อเป็ด เนื้อแกะ เนื้อหมู และเนื้อวัว แบบที่เรียกได้ว่าตอบโจทย์สายเนื้อได้ทุกแนว ในวันที่ทางเราได้เข้าไปลองเป็น สเต็กเนื้อใบบัว (Flank steak) ราคา 990 บาท ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ที่เชฟดึงความเปรี้ยวจากมะขามมาชูโรง ทำให้รสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทย และการคุมไฟในเตาถ่าน ที่สมกับที่เชฟบอกว่า การคุมไฟคือหัวใจหลักของห้องอาหารนี้
ในส่วนของบาร์เครื่องดื่มก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน OXBO จัดคอลเลกชันไวน์กว่า 100 แบรนด์ และจินกว่า 30 ชนิดจากทั่วโลก ที่ทางบาร์บอกเรามาว่า แขกทุกท่านสามารถบอกโจทย์ ให้ทางบาร์รังสรรค์เครื่องดื่มตามสไตล์ที่ชอบได้เลย
OXBO จึงเป็นห้องอาหารสำหรับนักชิมที่มองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เน้นหนักไปที่โปรตีนหลัก ทานคู่กับซอสที่คิดมาอย่างดี ตอบโจทย์ในทุกความชอบไม่ว่าจะเป็นจานเนื้อ หรือเครื่องดื่ม