[title]
ในขณะที่หลายคนอื้ออึงอยู่กับมาตรการการผ่อนคลายในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งรวมถึงกรุงเทพฯ ที่จะอนุญาตให้กินข้าวกันในร้านได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษาคม ที่จะถึงนี้ ประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับเดียวกันยังมีอีกหนึ่งมาตรการผ่อนคลาย นั้นคือการผ่อนผันการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการการประชุมหรือสัมมนาที่กินระยะเวลานานๆ โดยอนุโลมให้ถอดตอนพูดได้ (แต่ตอนนั่งเฉยๆ ยังต้องสวม) มีข้อแม้ว่าการจัดการประชุมจะต้องมีมาตรการคัดกรองและป้องกันอย่างเข้มงวดเพียงพอเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่าง การตรวจตัดกรอง หรือการมีเอกสารรับรอง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม เป็นต้นไป
ประกาศข้อกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เมื่อคืนวันที่ 15 พฤษภาคม มีรายละเอียดตามตัวอักษรดังนี้
"การสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะยังคงเป็นข้อปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อ
การจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่กลุ่มบุคคลที่จำเป็นต้องเข้าประชุมอยู่ในสถานที่หนึ่งที่ใดเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่องหลายชั่วโมงซึ่งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาอาจไม่สะดวกหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ในการประชุมหากผู้จัดประชุมได้กำหนดให้มีมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลและได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างรอบคอบ รัดกุม และเข้มงวดเพียงพอแล้ว เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การให้ผู้เข้าร่วมประชุมสวมหน้ากากอนามันหรือหน้ากากผ้าและเครื่องป้องกันตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งการแสดงใบรับรองผลการตรวจว่าไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส โคโรนำ 2019 และการจัดให้มีกระบวนการคัดกรองโดยพิจารณาจากอาการของโรค ประกอบกับได้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการประชุมตามระเบียบหรือข้อบังคับเมื่อเกิดเหตุที่มีความเสี่ยง โดยให้ผู้ควบคุมการประชุมกำหนดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาการประชุม แต่อาจพิจารณาผ่อนผันได้เฉพาะช่วงเวลาของการอภิปรายหรือแสดงความเห็นในที่ประชุมได้ตามความเหมาะสมแห่งสภาพการณ์และความสมควรแก่เหตุ"
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา เคยถูกเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท จากการไม่สวมหน้ากากอนามัยระหว่างการประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเป็นเคสแรกๆ นับจากมีการประกาศข้อกำหนดบังคับสวมหน้ากากอนามัย 100% ตลอดเวลา ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา