กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
เมื่อกระแส ‘ความนัวแบบไทย’ ถูกขยายไปไกลถึงเวทีระดับเอเชียในรอบ Final ของรายการ Show Me The Money 12 เมื่อ MILLI แรปเปอร์สาวตัวแทนประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าอันดับ 4 กลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ไปไกลถึงรอบชิงของรายการ พร้อมกวาดอันดับ 1 ในหมวด Global Vote จากแรงสนับสนุนของแฟนเพลงทั่วโลกที่พร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #เชียร์นวยสุดใจคนไทยไม่ทิ้งกัน จนเกิดเป็นโมเมนต์ร่วมเชียร์ที่คึกคักไปทั้งโซเชียล
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนที่ผ่านมา คือโชว์เพลง MSG (Feat. Omega Sapien) ที่ไม่ใช่แค่มันส์ในเชิงเพอร์ฟอร์แมนซ์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นการประกาศตัวตนของวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย โดยการหยิบเอาคอนเซปต์ ‘ผงนัว’ หรือ MSG มาเปรียบเทียบกับความเป็นสาวแซ่บของตัวเอง และยังเป็นตัวแทนของรสชาติอาหารไทยที่ทั้งจัดจ้าน กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Photograph:Mnet TV
Photograph:Mnet TV
ต่อเนื่องจากภาพจำไวรัลอย่างการกินข้าวเหนียวมะม่วงบนเวที Coachella 2022 ครั้งนี้เธออัปเลเวลขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเล่าเรื่องสตรีตฟู้ดไทยผ่านดนตรีและวิชวลบนเวทีอย่างมีชั้นเชิง และภายในโชว์ยังมีการกล่าวถึง ‘แสงชัยโภชนา’ ร้านข้าวต้มย่านสุขุมวิท 32 ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของทั้งคนไทยและต่างชาติ
เบื้องหลังความเดือดของโชว์นี้ขับเคลื่อนโดยทีมโปรดิวเซอร์ไทยอย่าง Spatchies, PapZilla, KIRWAV และ Sawat ที่ออกแบบซาวด์ให้มีทั้งความอินเตอร์และความม่วนอยู่ในนั้น ก่อนจะเซอร์ไพรส์คนดูในช่วงกลางเพลงด้วยการสลับบีทเป็นจังหวะรถแห่ ที่คุ้นหูคนไทย พร้อมการปรากฏตัวของ Omega Sapien แรปเปอร์สายอัลเทอร์เนทีฟจากเกาหลีใต้ เจ้าของเพลง ‘Krapow’ กะเพรา ที่หยิบจังหวะสามช่ามาผสมกับคลับแดนซ์ได้อย่างลงตัว
Photograph:Mnet TV
...
ต้อนรับเดือนเมษายน เดือนแห่งวันหยุดและซัมเมอร์ที่ใครหลายคนรอคอย! ได้เวลาสลัดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แล้วออกไปใช้ชีวิตให้ฉ่ำ ประเดิมต้นเดือนด้วยกิจกรรมสุดครบรส ประเดิมงานแรกของต้นเดือน สำหรับคนที่เป็นสายกินและสายคราฟต์ ต้องไม่พลาดงาน ม่วน ม่วน มาร์เก็ต ที่ยกความแซ่บสไตล์อีสานมาไว้กลางกรุงในบรรยากาศสุดคลาสสิก ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) หรือใครที่ชอบของกุ้กกิ้กน่ารักๆ ก็มี สวัสดีคลับ ตลาดนัดไซซ์กะทัดรัด ที่จัดขึ้นหน้าสวนเล็กๆ ของพิพิธภัณฑ์บางลำพู สำหรับสายดนตรีสัปดาห์นี้คึกคักเป็นพิเศษ เริ่มด้วยการเปิดบ้านใหม่ของ Melt Livehouse ที่ Cloud 11 กับโชว์จากคู่หู Whal & Dolph ต่อด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ของบอยแบนด์สุดฮอต ATEEZ ที่อิมแพ็ค หรือจะไปนั่งรับลมฟังดนตรีในสวน ตามพิกัดพื้นที่สีเขียวทั่วกรุงก็ชิลไม่แพ้กัน ส่วนใครอยากยืดเส้นยืดสาย ต้องห้ามพลาดงาน Swing Dance ที่มีคลาสสอนเต้นสวิงฟรีท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สสดๆ ณ หอประชุมลุมพินีสถานที่กลับมาเปิดให้ใช้งานอีกครั้ง
ปิดท้ายด้วยสายอาร์ตและละครเวทีที่เข้มข้นไม่แพ้แดดเมืองไทย ทั้งนิทรรศการสำรวจความเหงา bitte(r)sweet ที่ ATTA Gallery หรือจะไปดูละครเวทีสะท้อนความสัมพันธ์ Fragments of Loneliness ที่ LiFE Studio ส่วนใครอยากช็อปท่ามกลางบรรยากาศแบบเย็นฉ่ำก็มีตลาดนัดวินเทจติดแอร์ Re:Turn Market ที่ MRT กำแพงเพชร ให้ได้เดินจับจ่ายกันแบบไม่มีพัก
บอกเลยว่าสุดสัปดาห์นี้มีกิจกรรมให้เลือกจอยครบทุกมู้ด เลือกอีเวนต์ที่ใช่แล้วออกไปสนุกให้สุดกัน!
การโฆษณา
ถ้าคุณคือหนึ่งในคนที่โตมากับเพลงร็อกยุคเก้าศูนย์ ชื่อของ BIG ASS (บิ๊กแอส) คงเป็นเหมือนซาวด์แทร็กของช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ทางผ่าน, ก่อนตาย, เล่นของสูง, พรหมลิขิต, ฝุ่น หรือ ลมเปลี่ยนทิศ เชื่อว่าเพลงเหล่านี้ยังคงถูกเปิดวนซ้ำในเพลย์ลิสต์ของใครหลายคนมาจนถึงวันนี้
และในที่สุด โมเมนต์ที่หลายคนรอคอยก็เกิดขึ้น เมื่อบิ๊กแอสประกาศรียูเนียนแบบครบวงในรอบ 15 ปี พร้อมการกลับมาของ ‘แด๊กซ์’ ที่หวนคืนสู่เวทีเดียวกันอีกครั้งในคอนเสิร์ตใหญ่ปลายปีนี้ การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรี แต่คือเรื่องของมิตรภาพที่เดินทางข้ามเวลามาอย่างยาวนาน
View this post on Instagram
A post shared by Big Ass (@bigassrockband)
ภาพที่ถูกปล่อยออกมาทำให้แฟนเพลงใจฟูไปตามๆ กัน โดยเฉพาะคลิปที่สมาชิกในวงกอดคอกันร้องไห้ พร้อมคำพูดจากแด๊กซ์ที่สะเทือนใจว่า ‘เราโตมาด้วยกัน เรื่องที่ผ่านมา ช่างมัน แต่คิดถึงเพื่อนทุกคน’ กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ประวัติศาสตร์ของวงการร็อกไทยที่หลายคนจะจดจำ
เตรียมวอร์มเสียงให้พร้อม แล้วกลับไปร้องเพลงโปรดของคุณไปพร้อมกับพวกเขาอีกครั้ง พฤศจิกายนนี้ ที่ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี รายละเอียดเพิ่มเติมจะเป็นอย่างไรติดตามได้เร็วๆ นี้ที่ FB: BIG ASS Rockband
What is it? ใครจะเชื่อว่าย่านสตรีทฟู้ดอันดับหนึ่งอย่างบรรทัดทอง จะมีไลฟ์เฮาส์สุดล้ำซ่อนตัวอยู่ At.Bantadthong Artspace คือพื้นที่ศิลปะและดนตรี ตั้งอยู่ฝั่งพระราม 4 ใกล้สี่แยกสะพานเหลือง ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทำเล แต่ยังจัดเต็มด้วยระบบโปรดักชันระดับมืออาชีพ ทั้งแสง สี เสียง และจอ LED ขนาดใหญ่ที่พร้อมเปลี่ยนทุกโชว์ให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต งานเปิดตัวศิลปิน หรืออีเวนต์อาร์ตๆ ที่ต้องการความเนี้ยบแบบครบวงจร
Why we love it: เป็นอีกหนึ่งสเปซที่ครบจบในที่เดียว เพราะนอกจากฮอลล์จะสวยและทันสมัยแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังอยู่ใกล้กับ ‘เบียร์ประดิษฐ์’ เพิ่มไวบ์ความชิลแบบทวีคูณ ที่สำคัญคือเรื่องการเดินทางที่สะดวกมาก ทั้งใกล้ MRT และ BTS แถมยังมีที่จอดรถกว้างขวางบริเวณจุฬาฯ ซอย 36 ตอบโจทย์คนเมืองที่อยากเสพศิลปะและดนตรีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง
Time Out tip: ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางบรรทัดทอง แนะนำให้แวะหาอะไรทานในย่านบรรทัดทองให้อิ่มท้องก่อน แล้วค่อยเดินย่อยมาชมโชว์ที่ Artspace
ที่ตั้ง: ถนนบรรทัดทอง (ฝั่งพระราม 4 ใกล้แยกสะพานเหลือง) แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (ที่จอดรถ จุฬาฯ ซอย 36)
การโฆษณา
What is it? ชาวคอนเสิร์ตเลิฟเวอร์ย่านวิภาวดี-รังสิตน่าจะคุ้นเคยกับสถานที่นี้ดีในชื่อเดิมอย่าง Voice Space แต่ตอนนี้เขาได้รีแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ Ambience Space พร้อมคอนเซปต์ ‘Blank Canvas’ สไตล์มินิมอลที่เน้นความโปร่งโล่งด้วยเพดานสูงถึง 7.8 เมตร รองรับผู้ชมได้สูงสุดถึง 1,800 คน ที่นี่คือพื้นที่อเนกประสงค์ที่รองรับตั้งแต่คอนเสิร์ตสุดเดือด งานแถลงข่าว ไปจนถึงแฟชั่นโชว์สุดล้ำ โดยเคยต้อนรับศิลปินระดับท็อปมาแล้วมากมาย ทั้งฝั่งไทยอย่าง Stoondio, Phum Viphurit และวงต่างประเทศสุดฮอตอย่าง Wolf Alice, TURNSTILE และ DVWN
Why we love it: การที่เป็นฮอลล์สีขาวมินิมอล ทำให้ผู้จัดสามารถแต่งแต้มแสง สี เสียง และโปรดักชันได้ตามจินตนาการแบบไร้ข้อจำกัด ระบบอำนวยความสะดวกสำหรับงานอีเวนต์ก็ครบวงจรและได้มาตรฐานสากล ที่สำคัญคือทำเลที่ตั้งติดถนนใหญ่เส้นวิภาวดี เดินทางง่ายและมองเห็นชัดเจน เป็นจุดนัดพบที่รวบรวมเหล่าคนรักเสียงเพลงให้มาแชร์ประสบการณ์ร่วมกันในบรรยากาศที่ทันสมัยและเป็นกันเอง
Time Out tip: เนื่องจากเป็นฮอลล์ที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่และไม่มีร้านอาหารในระยะเดินถึงมากนัก แนะนำให้เติมพลังมื้อหนักมาจากย่านใกล้เคียงอย่างอารีย์หรือสุทธิสารก่อนเข้างานจะดีที่สุด ส่วนใครที่นำรถส่วนตัวมา ที่นี่มีที่จอดรถรองรับค่อนข้างสะดวก แต่ถ้าเป็นงานสเกลใหญ่แนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางสักนิดเพื่อจับจองที่จอดรถมุมดีๆ
ที่ตั้ง: ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (ใกล้สโมสรทหารบก)
What is it? ถ้าพูดถึงพื้นที่ของคนรักดนตรีร็อกในไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก The Rock Pub สถาบันดนตรีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 40 ปี โดยล่าสุดตำนานแห่งนี้ได้ขยับขยายย้ายบ้านมาปักหลักที่โลเคชันใหม่ติด BTS สนามเป้า เมื่อก้าวเท้าเข้าไปคุณจะพบกับเวทีที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านในสุด พร้อมพื้นที่หน้าเวทีที่กว้างขวางขึ้น ที่นี่คือศูนย์รวมดนตรีร็อกทุกแขนง ตั้งแต่เฮฟวีเมทัล, อีโม, บริตร็อก, กรันจ์, โพสต์พังก์ ไปจนถึงวงร็อกไทยและวงคัฟเวอร์ฝีมือพระกาฬ
Why we love it: บรรยากาศบ้านหลังใหม่ยังคงความขลังแต่โปร่งสบายขึ้น จะเลือกนั่งจิบเครื่องดื่มทานอาหารชิลๆ ฟังเพลงคุณภาพ หรือจะพุ่งตัวไปเกาะขอบหน้าเวทีเพื่อปลดปล่อยพลังก็ได้รสชาติร็อกแบบเต็มอิ่ม เป็นสถานที่ที่พิสูจน์แล้วว่า ‘เพลงร็อกไม่มีวันตาย’ และยังคงเป็นจุดนัดพบของชาวร็อกทุกรุ่นตั้งแต่วัยเก๋าไปจนถึงวัยรุ่นยุคใหม่
Time Out tip: สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์มอชพิตแบบสะใจ แนะนำให้สวมรองเท้าที่กระชับและระมัดระวังความปลอดภัยสักนิด แต่ถ้าใครอยากฟังเพลงคุณภาพแบบเน้นๆ แนะนำให้จองโต๊ะช่วงกลางร้าน เพราะเป็นจุดที่รับระบบเสียงได้กลมกล่อมที่สุด และอย่าลืมลองสั่งเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านมาทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ
ที่ตั้ง: ติด BTS สนามเป้า (ทางออก 2) ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
การโฆษณา
What is it? นี่คือหมุดหมายอันดับต้นๆ ของคอคอนเสิร์ตสายเดือด ไลฟ์เฮาส์ 2 ชั้นขนาดใหญ่ย่านทาวน์อินทาวน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการคัดสรรไลน์อัปดนตรีสายร็อกและเมทัลมาเสิร์ฟแบบไม่ยั้ง ที่นี่เคยเป็นเจ้าบ้านต้อนรับทั้งวงระดับตำนานอย่าง ‘หิน เหล็ก ไฟ’ (ครบรอบ 30 ปี), วงร็อกไทยสุดเก๋าอย่าง Smile Buffalo และ Ebola ไปจนถึงวงระดับโลกอย่าง Jinjer เมทัลตัวท็อปจากยูเครน หรือแม้แต่การกลับมาในรอบ 8 ปีของ I See Stars ก็เลือกที่นี่เป็นเวทีปล่อยของ ด้วยพื้นที่กว้างขวางและความสูงโปร่ง ทำให้รองรับโชว์ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่คอนเสิร์ตไปจนถึงงานทริบิวต์วงในตำนานอย่าง Queen
Why we love it: ระบบแสง สี เสียง ของ Mr.Fox จัดเต็มในระดับที่น้องๆ คอนเสิร์ตใหญ่ในฮอลล์มาตรฐานเลยทีเดียว ความพิเศษคือการบริหารจัดการพื้นที่ที่ยืดหยุ่น ความสูงต่ำของเวทีสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของแต่ละงาน ทำให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่สดใหม่และอลังการอยู่เสมอ ไม่ว่าจะยืนชั้นล่างเพื่อไป Mosh Pit หรือจะยืนดูภาพรวมแบบเท่ๆ บนชั้น 2 ก็ได้อรรถรสความมันที่เข้าถึงอารมณ์เพลงร็อกแบบเน้นๆ
Time Out tip: เนื่องจากงานส่วนใหญ่ที่นี่มักจะเป็นแนวดนตรีที่ใช้พลังงานสูง แนะนำให้เตรียมร่างกายมาให้พร้อม นอกจากนี้หากใครยังไม่รู้ ที่นี่เขามีบริการเช่าพื้นที่สำหรับจัดคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง เปิดตัวสินค้า และงานเลี้ยงต่างๆ อีกด้วยนะ
ที่ตั้ง: Mr.Fox Livehouse ซอยทาวน์อินทาวน์ 11 (ลาดพร้าว 94) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
What is it? หากจะพูดถึงพื้นที่ที่ซัพพอร์ตศิลปินและอีเวนต์เจ๋งๆ ชื่อของ DECOMMUNE (เดอคอมมูน) มักจะเป็นชื่อแรกที่คอดนตรีนึกถึง ถือเป็นไลฟ์เฮาส์ที่ใครหลายคนมีความทรงจำร่วมมากมาย แม้จะเป็นเวนิวที่ย้ายบ้านบ่อยจนหลายคนต้องคอยลุ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ทองหล่อ สู่ถนนพระสุเมรุ และล่าสุดเมื่อปี 2568 ที่ขยับไปสร้างสีสันที่ช่างเชื่อม (ช่างชุ่ย) ฝั่งธนฯ ก่อนจะมาปักหมุดใหม่ล่าสุดย่านเมืองเอกในปีนี้ เพื่อส่งต่อพลังดนตรีให้เข้าถึงกลุ่มคนฟังที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
Why we love it: สเน่ห์ที่ทำให้เราชอบที่นี่คือความเป็น ‘Community’ เพราะที่นี่ไม่เคยจำกัดแนวเพลง และเปิดกว้างให้กับดนตรีทางเลือกทุกรูปแบบ เป็นจุดนัดพบของคนที่อยากมาเสพดนตรีคุณภาพและปาร์ตี้ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ความดิบเท่และระบบเสียงที่ไว้ใจได้เสมอทำให้ที่นี่กลายเป็นบ้านหลังที่สองของศิลปินและนักฟังเพลงตัวจริง
Time Out tip: สำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามกันมาทุกบ้าน เตรียมตัวให้พร้อม เพราะ DECOMMUNE กำลังซุ่มเตรียมเซอร์ไพรส์กับเวนิวใหม่ในช่วงกลางปีนี้ รอติดตามกันให้ดีว่าพวกเขาจะไปสร้างประเดิมความเดือดที่ย่านไหน
การโฆษณา
What is it? ไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าเมืองไปดูดนตรีสดอีกต่อไป เพราะนี่คือไลฟ์เฮาส์มาตรฐานสากลแห่งแรกในย่านรังสิต-ปทุมธานี (แถมพื้นที่นอกกรุงเทพฯ สักหน่อย) โปรเจกต์ที่เกิดจากแพสชั่นของทีมงานที่อยากให้คนรักเสียงเพลงในเขตปริมณฑลเข้าถึง live music ได้ง่ายขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์อย่าง Decommune มาร่วมเนรมิตสเปซโกดังกว้างให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของคอดนตรี พร้อมรองรับผู้ชมได้ถึง 500-600 คน ให้ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังกันแบบเต็มสูบในพื้นที่ที่โปร่งสบายกว่าเดิม
Why we love it: ตัวสถานที่กว้างขวางทั้งแนวลึกและแนวกว้าง ให้บรรยากาศดิบเท่สไตล์ industrial ที่สำคัญคือเรื่องซาวด์ที่ต้องยกนิ้วให้ เพราะถอดแบบมาตรฐานมาจาก Decommune แถมยังมีที่จอดรถรองรับแบบเหลือเฟือ ถือเป็นการยกระดับไลฟ์เฮาส์นอกเมืองให้เทียบชั้นฮอลล์ในเมืองได้อย่างสบายๆ
Time Out tip: แนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางสักนิดและทำการบ้านเรื่องเส้นทางล่วงหน้า จะได้มาถึงก่อนโชว์เริ่มเพื่อเก็บบรรยากาศเท่ๆ รอบฮอลล์ และสำหรับศิลปินหรือผู้จัดคนไหนที่มองหาสเปซจัดงานเก๋ๆ ที่นี่เขาก็เปิดให้เช่าสถานที่ด้วยนะ
ที่ตั้ง: Redhotmoon Livehouse ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี
What is it? ไลฟ์เฮาส์แห่งแรกของโลกจากแบรนด์เครื่องเสียงระดับตำนานอย่าง Marshall ที่เพิ่งแลนดิ้งสู่ซอยเจริญกรุง 36 เมื่อสิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ผลงานสำหรับศิลปินหน้าใหม่ ภายใต้การตกแต่งแนว mid-century modern ผสมความดิบเท่สไตล์ industrial ที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม
Why we love it: เราชอบการที่ตึกนี้ออกแบบฟังก์ชันมาได้ครบเครื่องและใช้สอยพื้นที่ได้คุ้มค่าแบบสุดๆ โดยชั้น 1 ช่วงกลางวันจะเป็นคาเฟ่ พอตกกลางคืนก็จะกลายเป็นบาร์เครื่องดื่ม พร้อมเวทีเล็กๆ ที่ให้คุณยืนห่างจากศิลปินเพียงไม่กี่ก้าว ชั้น 2 เอาใจคนรักอนาล็อกด้วย vinyl listening bar และศูนย์บริการอุปกรณ์ครบวงจร ชั้น 3 เป็นห้องซ้อมดนตรี และชั้น 4 เป็นพื้นที่ event space สำหรับจัดนิทรรศการและกิจกรรมดนตรีแบบจัดเต็ม
Time Out tip: แนะนำให้มาช่วงเย็นๆ เริ่มต้นด้วยการจิบกาแฟชั้น 1 แล้วขึ้นไปเลือกฟังแผ่นเสียงที่ชั้น 2 พอมืดหน่อยก็ลงมาสัมผัสบรรยากาศบาร์สดชื่นๆ พร้อมดูโชว์แบบใกล้ชิดหน้าเวที จะได้มู้ดการเสพดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในหนึ่งวัน
ที่ตั้ง Marshall Livehouse ซอยเจริญกรุง 36 เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















